บริการคดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์

จบปัญหาคดีที่ดิน พิพาทแนวเขต ครอบครองปรปักษ์ ฟ้องขับไล่ ทนายความเชี่ยวชาญพร้อมปกป้องสิทธิ์ของคุณ ปรึกษาเราค่ะ

บริการคดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ | ปกป้องสิทธิ์ รักษามรดก ด้วยทนายความเชี่ยวชาญ

เราเชี่ยวชาญในการปกป้องและรักษาสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ของคุณ ด้วยข้อกฎหมายที่แม่นยำ

“ที่ดิน” ไม่ใช่เป็นเพียงทรัพย์สิน แต่คือ “สินทรัพย์” ที่มีมูลค่าสูงที่สุดสำหรับหลายครอบครัว เป็นรากฐานของความมั่นคง และเป็นมรดกที่ตั้งใจส่งต่อให้ลูกหลาน

แต่ในขณะเดียวกัน “ที่ดิน” ก็เป็นบ่อเกิดแห่งข้อพิพาทที่ซับซ้อนและรุนแรงที่สุดได้เช่นกัน

ปัญหาเรื่องที่ดินมีความละเอียดอ่อนอย่างยิ่ง ข้อกฎหมายซับซ้อน และมีรายละเอียดปลีกย่อยที่คนทั่วไปมักมองไม่เห็น ไม่ว่าจะเป็นข้อพิพาทกับเพื่อนบ้าน, การถูกบุกรุก, หรือแม้แต่ความขัดแย้งระหว่างทายาทด้วยกันเอง ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยในการต่อสู้คดี หรือการขาดความรัดกุมในการทำสัญญา อาจหมายถึงการสูญเสียที่ดินมูลค่ามหาศาลไปตลอดกาล

ที่ ลักซ์ลอว์ แอนด์ เอสเตท เราเข้าใจดีว่าที่ดินทุกตารางนิ้วมีความหมายต่อคุณมากเพียงใด ด้วยประสบการณ์ในการว่าความคดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์โดยตรง เราจึงพร้อมเป็นเกราะป้องกันทางกฎหมาย ปกป้องสิทธิ์อันชอบธรรม และรักษาสินทรัพย์อันมีค่าของคุณไว้ ด้วยกลยุทธ์การต่อสู้คดีที่รัดกุมและแม่นยำค่ะ


ปัญหาคดีที่ดิน: เมื่อ “สินทรัพย์” กลายเป็น “ปัญหา” ที่น่าปวดหัว

ข้อพิพาทเรื่องที่ดินมักไม่จบลงง่ายๆ หากไม่ได้รับการจัดการที่ถูกต้องแต่เนิ่นๆ ปัญหาที่พบบ่อยและเราพร้อมเข้าไปดูแลคุณ มีดังนี้

ปัญหาที่ 1: การถูกแย่งชิงกรรมสิทธิ์ (คดีครอบครองปรปักษ์)

นี่คือหนึ่งในคดีที่สร้างความตึงเครียดมากที่สุด และเป็น “ฝันร้าย” ของเจ้าของที่ดินที่ไม่ได้เข้าไปดูแลบ่อยๆ

  • ในมุมของเจ้าของที่ดิน: คุณอาจถูกผู้อื่นที่เข้ามาอยู่อาศัยหรือทำประโยชน์ในที่ดินของคุณ “โดยสงบ เปิดเผย และมีเจตนาเป็นเจ้าของ” ติดต่อกัน 10 ปี (ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1382) ร้องขอต่อศาลเพื่อแย่งชิงกรรมสิทธิ์ไปจากคุณ หากคุณไม่ต่อสู้คัดค้านอย่างทันท่วงทีและมีหลักฐานที่รัดกุม คุณอาจเสียที่ดินนั้นไปเลย
  • ในมุมของผู้ครอบครอง: คุณอาจเป็นผู้ที่ครอบครองที่ดินผืนนั้นมานานนับสิบปีโดยสุจริต และเชื่อว่าตนมีสิทธิ์ แต่ไม่รู้ว่าจะต้องดำเนินการอย่างไรจึงจะถูกต้องตามกฎหมาย

ปัญหาที่ 2: การถูกบุกรุก หรือ มีคนไม่ยอมย้ายออก (คดีฟ้องขับไล่)

ไม่ว่าจะเป็นผู้เช่าเดิมที่ไม่ยอมย้ายออกแม้จะหมดสัญญา, คนที่เข้ามาปลูกบ้านในที่ดินของคุณโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือแม้แต่ญาติพี่น้องที่ตกลงกันไม่ได้

  • ปัญหาคือ: คุณไม่สามารถใช้กำลังหรือ “ขับไล่” พวกเขาออกไปเองได้ การกระทำดังกล่าวอาจทำให้คุณกลายเป็นฝ่ายที่กระทำผิดกฎหมายเสียเอง
  • ทางแก้ที่ถูกต้อง: คือการดำเนินการ “ฟ้องขับไล่” ตามกฎหมาย เพื่อให้ศาลมีคำสั่งบังคับ และยังสามารถ “เรียกค่าเสียหาย” ตอบแทนการที่เขาใช้ประโยชน์ในที่ดินของคุณโดยมิชอบได้อีกด้วย

ปัญหาที่ 3: ข้อพิพาทเรื่องแนวเขต (คดีพิพาทแนวเขตที่ดิน)

“รั้วบ้านล้ำ” “เพื่อนบ้านถมดินรุกล้ำ” “หมุดที่ดินหาย” ปัญหาเหล่านี้เป็นเรื่องคลาสสิกที่ทำลายความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนบ้านมานับไม่ถ้วน การรังวัดที่ดินใหม่มักนำไปสู่ข้อโต้แย้งว่าใครถูกใครผิด และแนวเขตที่แท้จริงอยู่ตรงไหน

ปัญหาที่ 4: ที่ดินถูกปิดกั้น ไม่มีทางออก (คดีทางจำเป็น / ภาระจำยอม)

“ที่ดินตาบอด” คือที่ดินที่ไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะ ทำให้มูลค่าที่ดินลดลงมหาศาล หรือใช้ประโยชน์ไม่ได้เลย

  • ทางจำเป็น: กฎหมายให้สิทธิ์เจ้าของที่ดินตาบอดในการ “ขอเปิดทางจำเป็น” ผ่านที่ดินแปลงอื่นเพื่อออกสู่ทางสาธารณะได้ โดยต้องจ่ายค่าตอบแทนตามสมควร
  • ภาระจำยอม: คือการที่ที่ดินแปลงหนึ่งต้องยอมรับ “ภาระ” บางอย่างเพื่อประโยชน์ของที่ดินแปลงอื่น เช่น ยอมให้มีทางเดินผ่าน, ยอมให้วางท่อน้ำ

คดีเหล่านี้ต้องใช้การเจรจาและการบังคับใช้สิทธิ์ทางกฎหมายที่แม่นยำ เพื่อให้คุณได้สิทธิ์ที่จำเป็น โดยยังคงความเป็นธรรมให้แก่ทุกฝ่าย

ปัญหาที่ 5: ตกลงกันไม่ได้ในหมู่เจ้าของร่วม (คดีฟ้องแบ่งกรรมสิทธิ์รวม)

มักเกิดขึ้นเมื่อรับมรดกที่ดินมาพร้อมกันหลายคน (มีชื่อร่วมกันในโฉนด) แต่ตกลงกันไม่ได้ว่าจะขาย, จะแบ่ง, หรือใครจะใช้ประโยชน์อย่างไร เมื่อการเจรจาถึงทางตัน ทางออกสุดท้ายคือการ “ฟ้องแบ่งกรรมสิทธิ์รวม” เพื่อให้ศาลสั่งแบ่งแยกทรัพย์สิน หรือหากแบ่งไม่ได้ ให้นำที่ดินออกขายทอดตลาดและนำเงินมาแบ่งกันตามสัดส่วน

ปัญหาที่ 6: ความเสี่ยงในการซื้อ-ขาย (ขาดการตรวจสอบเอกสารสิทธิ์)

สำหรับนักลงทุนและผู้ซื้อ นี่คือความเสี่ยงสูงสุด คุณอาจซื้อที่ดินที่ “ติดจำนอง” โดยไม่รู้ตัว (ซึ่งการจำนองจะติดไปกับที่ดินแม้เปลี่ยนเจ้าของ), ซื้อที่ดินที่กำลังถูกฟ้องร้อง, หรือร้ายแรงที่สุดคือ ซื้อที่ดินที่เอกสารสิทธิ์ไม่ถูกต้อง (เช่น เป็นเพียง น.ส.3 หรือ ส.ค.1 ที่ไม่สามารถออกโฉนดได้)


บริการคดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ครบวงจรจาก ลักซ์ลอว์ แอนด์ เอสเตท

เราเปลี่ยน “ปัญหา” ที่ซับซ้อน ให้เป็น “ทางออก” ที่ชัดเจน ด้วยบริการที่ครอบคลุมทุกมิติของกฎหมายที่ดิน

1. รับว่าความคดีครอบครองปรปักษ์ (ทั้งฝ่ายร้องขอและฝ่ายคัดค้าน)

เราต่อสู้คดีอย่างมีกลยุทธ์ ไม่ว่าคุณจะอยู่ในฐานะใด

  • ในฐานะเจ้าของที่ดิน (ฝ่ายคัดค้าน): เราจะรวบรวมหลักฐานเพื่อหักล้างองค์ประกอบการครอบครองปรปักษ์ (เช่น พิสูจน์ว่าการครอบครองไม่สงบ, ไม่เปิดเผย หรือเป็นการครอบครองแทน) เพื่อปกป้องกรรมสิทธิ์ของคุณไว้
  • ในฐานะผู้ครอบครอง (ฝ่ายร้องขอสิทธิ์): เราจะวิเคราะห์ข้อเท็จจริงและเตรียมพยานหลักฐานเพื่อยื่นคำร้องต่อศาล พิสูจน์การครอบครองที่ครบองค์ประกอบ 10 ปี เพื่อให้คุณได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ตามกฎหมาย

2. รับฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหาย

เราดำเนินการฟ้องผู้บุกรุก, ผู้ที่อยู่อาศัยโดยละเมิด หรือผู้เช่าที่ไม่ยอมย้ายออก เพื่อนำทรัพย์สินคืนให้คุณตามกระบวนการทางกฎหมาย พร้อมเรียกร้องค่าเสียหายและค่าขาดประโยชน์จากการใช้ที่ดินของคุณ

3. รับแก้ต่างคดีพิพาทแนวเขตที่ดิน

เราเป็นตัวแทนในการเจรจา, การรังวัดตรวจสอบแนวเขต, และการต่อสู้คดีในศาล เพื่อยุติข้อพิพาทเรื่องการรุกล้ำที่ดิน และปกป้องแนวเขตที่ถูกต้องของคุณ

4. รับดำเนินคดีขอเปิดทางจำเป็น และ ภาระจำยอม

เราเชี่ยวชาญในการเรียกร้องสิทธิ์การใช้ทางผ่านที่ดินตาบอดตามกฎหมาย (ทางจำเป็น) หรือเจรจาและร่างสัญญา “ภาระจำยอม” ที่รัดกุม เพื่อประโยชน์สูงสุดของคุณ

5. รับฟ้องแบ่งกรรมสิทธิ์รวม

เมื่อการตกลงกันในหมู่เจ้าของร่วมเป็นไปไม่ได้ เราพร้อมดำเนินการฟ้องแบ่งแยกทรัพย์สินหรือที่ดิน เพื่อให้คุณได้รับส่วนแบ่งที่เป็นธรรม หรือได้รับเงินปันส่วนจากการขายทอดตลาดตามสิทธิ์

6. บริการตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ (Due Diligence) สำหรับนักลงทุน/ผู้ซื้อ

บริการที่ “จำเป็นอย่างยิ่ง” ก่อนตัดสินใจซื้อที่ดิน เราจะตรวจสอบสถานะทางกฎหมายของที่ดินอย่างละเอียด เพื่อให้คุณมั่นใจ 100% ว่า

  • ที่ดินปลอดภาระ: ตรวจสอบว่าที่ดินติดจำนอง, ติดอายัด หรืออยู่ในกระบวนการฟ้องร้องใดๆ หรือไม่
  • เอกสารสิทธิ์ถูกต้อง: ตรวจสอบว่าเป็นโฉนด (ครุฑแดง) แท้จริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงเอกสารสิทธิ์ประเภทอื่น (น.ส.3, ส.ค.1) ที่มีข้อจำกัดทางกฎหมาย
  • ไม่มีข้อพิพาทซ่อนเร้น: ตรวจสอบว่าที่ดินอยู่ในแนวเวนคืน, มีปัญหาแนวเขต หรือมีความเสี่ยงทางกฎหมายอื่นๆ ที่ผู้ขายไม่ได้แจ้งหรือไม่

ทำไมจึงควรเลือก ลักซ์ลอว์ แอนด์ เอสเตท ให้ดูแลคดีที่ดินของคุณ?

คดีที่ดินต้องการทนายความที่ “เข้าใจ” และ “เชี่ยวชาญ” เฉพาะทางอย่างแท้จริง และนี่คือเหตุผลที่ลูกความวางใจให้เราดูแลค่ะ

1. ความเชี่ยวชาญด้านที่ดินและมรดกโดยตรง

ทนายภัสวรินท์ และทีมงาน ลักซ์ลอว์ แอนด์ เอสเตท มีประสบการณ์กว่า 10 ปี และเน้นการทำคดีที่ดินและมรดกเป็นหลัก เราจึงเข้าใจกฎหมาย, แนวคำพิพากษา (ฎีกา) และ “กลยุทธ์” ในการต่อสู้คดีเหล่านี้อย่างลึกซึ้ง

2. การวิเคราะห์คดีที่แม่นยำและวางแผนรัดกุม

เราไม่เพียงแค่ “รับฟ้องคดีความ” แต่เรา “วิเคราะห์” คดีของคุณอย่างละเอียด ประเมินจุดแข็ง-จุดอ่อน และวางกลยุทธ์การต่อสู้คดีที่เหมาะสมที่สุดสำหรับสถานการณ์ของคุณ

3. สื่อสารชัดเจน ตรงไปตรงมา

เรายึดมั่นในการอธิบายข้อกฎหมายที่ซับซ้อนให้เป็นภาษาที่ “เข้าใจง่าย” ประเมินคดีตามความเป็นจริง และรายงานความคืบหน้าสม่ำเสมอ คุณจึงทราบทุกขั้นตอนและตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ

4. ค่าบริการเป็นธรรมและโปร่งใส

เราประเมินค่าบริการอย่างชัดเจนและสมเหตุสมผลก่อนเริ่มงานเสมอ คุณจึงสามารถวางแผนงบประมาณได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง


อย่าปล่อยให้ “ที่ดิน” ที่มีค่า กลายเป็น “คดีความ” ที่ยืดเยื้อ

การดำเนินการทางกฎหมายที่ถูกต้องและทันท่วงที คือหัวใจสำคัญในการปกป้องสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ของคุณ อย่ารอจนปัญหาสายเกินแก้ หรือปล่อยให้ข้อพิพาทเล็กน้อยบานปลายจนทำลายความสัมพันธ์

หากคุณกำลังเผชิญปัญหาข้อพิพาทเรื่องที่ดิน, กำลังจะตัดสินใจลงทุน หรือต้องการคำปรึกษาเพื่อป้องกันปัญหา ให้เราเป็นผู้ช่วยดูแลนะคะ

ติดต่อปรึกษา ทนายภัสวรินท์ ปิติเลิศเดชาวัชร์ วันนี้

เพื่อประเมินสถานการณ์เบื้องต้นและรับแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ตรงจุดที่สุด

  • เบอร์โทรศัพท์: 064-569-5464
  • LINE ID: lynn0645695464
  • Email: phatwarin.lawyer@gmail.com
  • เวลาทำการ:
    • จันทร์ – เสาร์: 9.00 น. – 19.00 น.
    • อาทิตย์: 10.00 น. – 19.00 น.

สำนักงานกฎหมาย ลักซ์ลอว์ แอนด์ เอสเตท ยินดีให้บริการและพร้อมปกป้องสิทธิ์ในที่ดินอันมีค่าของคุณค่ะ


คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับคดีที่ดิน

1. ปล่อยที่ดินให้คนอื่นเช่า/อยู่ โดยไม่ทำสัญญา จะเสี่ยงโดนครอบครองปรปักษ์หรือไม่?

คำตอบ: เสี่ยงค่ะ! แม้การอนุญาตให้อยู่จะถือว่า “ไม่ได้มีเจตนาเป็นเจ้าของ” (จึงไม่เข้าองค์ประกอบ) แต่เมื่อเวลาผ่านไปนานๆ การพิสูจน์ “การอนุญาต” ในอดีตทำได้ยากมาก ทางที่ดีที่สุดคือการทำ “สัญญาเช่า” หรือ “หนังสืออนุญาตให้อยู่อาศัย” ที่ชัดเจนและมีกำหนดเวลา เพื่อป้องกันปัญหาการอ้างสิทธิ์ครอบครองปรปักษ์ในอนาคตค่ะ

2. กำลังจะซื้อที่ดิน จำเป็นต้องจ้างทนายตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ (Due Diligence) หรือไม่?

คำตอบ: จำเป็นอย่างยิ่งค่ะ นี่คือขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการลงทุน ผู้ซื้อทั่วไปอาจตรวจสอบได้เพียงว่าชื่อในโฉนดตรงกับผู้ขายหรือไม่ แต่ทนายความจะตรวจสอบลึกไปถึงภาระผูกพัน เช่น ที่ดินนี้ติดจำนอง (ซึ่งไม่ถูกล้างไปแม้โอนแล้ว) หรือติดอายัดจากคดีอื่นหรือไม่ การลงทุนค่าตรวจสอบเพียงเล็กน้อยในวันนี้ คุ้มค่ากว่าการเสียเงินล้านในวันหน้าค่ะ

3. เพื่อนบ้านสร้างรั้วล้ำเข้ามาในที่ดิน ควรทำอย่างไร?

คำตอบ: อันดับแรกคือการพูดคุยเจรจา และควรยื่นเรื่อง “รังวัดสอบเขต” กับกรมที่ดิน เพื่อให้ได้แนวเขตที่ชัดเจนจากเจ้าหน้าที่ หากเพื่อนบ้านไม่ยอมรื้อถอนแม้แนวเขตจะชัดเจนแล้ว ขั้นต่อไปคือการดำเนินการทางกฎหมาย (ฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหาย) ซึ่งเราสามารถช่วยคุณได้ตั้งแต่ขั้นตอนการเจรจาจนถึงการดำเนินคดีค่ะ

แชร์
error: Content is protected !!