แต่งตั้งผู้จัดการมรดก

บริการรับแต่งตั้งผู้จัดการมรดก โดยทนายความมืออาชีพ ปลดล็อกทุกปัญหาการโอนทรัพย์สิน รวดเร็ว จบครบในที่เดียว

เคยมั้ย? มีชื่อเป็นทายาท แต่เหมือนไม่มีสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้น…

ช่วงเวลาหลังการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก คือช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดของครอบครัว แต่ในขณะที่ความโศกเศร้ายังไม่จางหาย ความเป็นจริงทางกฎหมายกลับเริ่มทำงานทันที ทรัพย์สินต่างๆ ของผู้เสียชีวิต ไม่ว่าจะเป็น เงินฝากในธนาคาร, ที่ดิน, บ้าน, รถยนต์ หรือหุ้น กองทุนต่างๆ จะถูก “แช่แข็ง” ในทางปฏิบัติทันที

คุณอาจกำลังเผชิญปัญหาหน้าชาเหล่านี้อยู่ใช่หรือไม่?

  • ถือสมุดบัญชีไปธนาคารเพื่อขอเบิกเงินมาจัดงานศพ แต่เจ้าหน้าที่ปฏิเสธและบอกว่า “ต้องมีคำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดกก่อน”
  • ต้องการโอนบ้านที่พ่อแม่สร้างมาให้เป็นชื่อลูกหลาน แต่กรมที่ดินไม่สามารถดำเนินการให้ได้
  • มีหนี้สินของผู้ตายที่ต้องรีบเข้าไปเจรจาประนอมหนี้ แต่เจ้าหนี้ไม่ยอมคุยด้วยเพราะคุณไม่มีอำนาจตามกฎหมาย
  • รถยนต์ที่ต้องต่อภาษี หรือโอนเปลี่ยนมือ ไม่สามารถทำธุรกรรมใดๆ ที่ขนส่งได้

หากคุณกำลังเจอทางตันเหล่านี้ โปรดวางใจว่าคุณไม่ได้เผชิญปัญหานี้เพียงลำพัง มันไม่ใช่ว่าคุณไม่มีสิทธิ์ แต่คุณแค่ยังขาด “กุญแจ” ดอกสำคัญที่จะไขเข้าสู่ทรัพย์สินเหล่านั้น กุญแจดอกนั้นคือ “คำสั่งศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดก” และเราพร้อมที่จะช่วยคุณหากุญแจดอกนั้นให้พบโดยเร็วที่สุด

ทำไมต้องมี “ผู้จัดการมรดก” กฎหมายบังคับจริงหรือ?

หลายท่านสงสัยว่า “ก็ฉันเป็นลูกแท้ๆ ทำไมรับมรดกพ่อแม่ตัวเองไม่ได้?”

ในทางทฤษฎีกฎหมาย เมื่อบุคคลเสียชีวิต มรดกจะตกทอดแก่ทายาททันที แต่ในโลกความเป็นจริง หน่วยงานภายนอกไม่มีทางรู้ได้เลยว่าใครคือทายาทที่แท้จริงบ้าง? มีกี่คน? และตกลงกันได้หรือไม่?

ธนาคาร กรมที่ดิน หรือบริษัทประกันภัย ต่างมีกฎระเบียบที่เข้มงวดเพื่อป้องกันความเสี่ยง หากพวกเขามอบเงินหรือโอนที่ดินให้คนผิด เขาอาจถูกทายาทตัวจริงฟ้องร้องภายหลังได้ ดังนั้น ทางออกเดียวที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับทุกฝ่าย คือการให้ศาลประทับตรารับรองว่า “บุคคลนี้ คือผู้มีอำนาจจัดการทรัพย์สินของผู้ตายอย่างถูกต้องตามกฎหมาย”

หน้าที่สำคัญของผู้จัดการมรดก

เมื่อศาลมีคำสั่งแต่งตั้งแล้ว ผู้จัดการมรดกจะมีหน้าที่เปรียบเสมือนตัวแทนของผู้ตาย เพื่อดำเนินการดังนี้:

  1. รวบรวมทรัพย์สิน: ติดตามหาทรัพย์สินทั้งหมดของผู้ตาย ทั้งที่รู้และอาจไม่เคยรู้มาก่อน
  2. ชำระหนี้สิน: จัดการหนี้สินที่ผู้ตายก่อไว้ (โดยรับผิดชอบไม่เกินมรดกที่ได้รับ)
  3. แบ่งปันมรดก: จัดสรรทรัพย์สินที่เหลือให้แก่ทายาททุกคนตามสัดส่วนที่ถูกต้องและเป็นธรรม

ใครบ้างที่มีสิทธิ์ยื่นขอเป็นผู้จัดการมรดก?

ไม่ใช่ใครก็นึกอยากจะเป็นได้ กฎหมายกำหนดให้เฉพาะผู้มีส่วนได้เสียเท่านั้นที่มีสิทธิ์ยื่นคำร้อง ได้แก่:

  • ทายาทโดยธรรม: เช่น บุตร, บิดามารดา, คู่สมรสที่จดทะเบียนถูกต้อง
  • ผู้รับพินัยกรรม: บุคคลที่ผู้ตายระบุชื่อยกทรัพย์สินให้ในพินัยกรรม
  • ผู้มีส่วนได้เสียอื่น: เช่น เจ้าหนี้กองมรดก (ในบางกรณีที่จำเป็น)
  • พนักงานอัยการ: (กรณีไม่มีทายาท หรือมีเหตุขัดข้อง)

5 สัญญาณเตือน ว่าคุณต้องรีบตั้งผู้จัดการมรดกเดี๋ยวนี้!

การปล่อยเวลาให้เนิ่นนานออกไป ไม่ได้ช่วยให้เรื่องง่ายขึ้น แต่กลับสร้างปัญหาที่ซับซ้อนกว่าเดิม

  1. เอกสารสำคัญเริ่มสูญหาย: ยิ่งนานวัน ทะเบียนบ้านเก่า มรณบัตร หรือโฉนด อาจหาไม่เจอ ทำให้การยื่นเรื่องยากขึ้นหลายเท่า
  2. ทายาทเสียชีวิตตามไป: หากทายาทที่มีสิทธิ์รับมรดกเสียชีวิตลงอีกคน สิทธิ์นั้นจะส่งต่อไปยังรุ่นลูกหลาน ทำให้จำนวนคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องเพิ่มขึ้นทวีคูณ คุยกันยากขึ้น
  3. ดอกเบี้ยหนี้สินเดินไม่หยุด: หนี้สินของผู้ตายไม่ได้หยุดเดินตามลมหายใจ การมีผู้จัดการมรดกจะช่วยให้เข้าไปจัดการหยุดภาระหนี้ก้อนนี้ได้เร็ว
  4. ทรัพย์สินเสื่อมค่าหรือสูญหาย: บ้านที่ไม่มีคนดูแล รถที่ไม่ได้ขับ หรือที่ดินที่อาจถูกคนอื่นเข้ามาครอบครองปรปักษ์
  5. ความขัดแย้งในครอบครัว: เมื่อไม่มี “คนกลาง” ที่มีอำนาจตามกฎหมาย การพูดคุยแบ่งสมบัติกันเองมักจบลงด้วยความขัดแย้ง

ขั้นตอนการบริการของเรา เปลี่ยนเรื่องยาก ให้เป็นเรื่องง่าย

เราเข้าใจว่าคุณอาจไม่คุ้นเคยกับศาลและกฎหมาย เราจึงออกแบบขั้นตอนการทำงานให้กระชับ ลดภาระของคุณให้เหลือน้อยที่สุด โดยมีทีมทนายความดูแลประกบทุกขั้นตอน

Step 1: ปรึกษาและวิเคราะห์คดี

ทนายความจะสอบถามข้อมูลเบื้องต้นเพื่อวิเคราะห์ว่าคุณมีสิทธิ์ยื่นคำร้องหรือไม่ มีทายาทกี่คน และมีความเสี่ยงที่จะมีผู้คัดค้านหรือไม่ เพื่อวางแผนรูปคดีให้รัดกุมที่สุด

Step 2: รวบรวมและตรวจสอบเอกสาร

เรามี Checklist รายการเอกสารที่ชัดเจนให้คุณเตรียม ไม่ต้องงมหาเอง ทีมงานจะช่วยตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารทุกใบ หากขาดเหลืออะไร เราแนะนำวิธีแก้ไขให้ทันที

Step 3: ยื่นคำร้องต่อศาลและประกาศ

ทนายความดำเนินการร่างคำร้องและยื่นต่อศาลในเขตอำนาจที่ถูกต้อง พร้อมดำเนินการลงประกาศทางหนังสือพิมพ์หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ตามระเบียบใหม่ของศาล เพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียทราบ (ต้องรอระยะเวลาตามกฎหมาย 15-30 วัน)

Step 4: วันนัดไต่สวน (ไปศาลเพียงครั้งเดียว)

ทนายความจะนัดหมายคุณล่วงหน้าเพื่อเตรียมตัว “ซักซ้อม” คำถามที่จะต้องตอบศาล ไม่ต้องกังวล เราจะอยู่เคียงข้างคุณในห้องพิจารณาคดี โดยปกติขั้นตอนนี้ใช้เวลาไม่นาน หากไม่มีผู้คัดค้าน ศาลจะมีคำสั่งแต่งตั้งทันทีในวันนั้น

Step 5: รับเอกสารสำคัญ พร้อมใช้งาน

หลังจากศาลมีคำสั่ง เราจะติดตามเรื่องเพื่อคัดถ่าย “คำสั่งศาล (ตราครุฑ)” และ “หนังสือรับรองคดีถึงที่สุด” ส่งมอบให้ถึงมือคุณ เพื่อให้คุณนำไปทำธุรกรรมโอนทรัพย์สินได้ทันที

ทำไมบริการนี้จึงคุ้มค่า? (สรุปสาระสำคัญ)

การใช้บริการทนายความมืออาชีพในการร้องขอจัดการมรดก คือการลงทุนเพื่อความ “ชัวร์” และ “เร็ว”

  • ปลดล็อกมูลค่าทรัพย์สิน: เปลี่ยนทรัพย์สินที่ถูกแช่แข็งให้กลับมาสร้างประโยชน์ ดูแลลูกหลานได้ต่อไป
  • ป้องกันปัญหาพี่น้องทะเลาะกัน: การมีกระบวนการศาลที่ชัดเจน โปร่งใส ช่วยให้ทายาททุกคนสบายใจว่าทุกอย่างทำถูกต้องตามกฎหมาย ลดความระแวงซึ่งกันและกัน
  • ประหยัดเวลาชีวิต: แทนที่จะต้องลาางานหลายวันมาวิ่งเต้นเรื่องเอกสารที่ไม่เข้าใจ ให้มืออาชีพจัดการแทน คุณเพียงแค่รอไปศาลแค่วันเดียวจบ

4 เหตุผลเด่น ที่ลูกค้าไว้วางใจให้เราดูแลคดีมรดก

เราไม่ใช่แค่รับจ้างทำคดี แต่เราทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางกฎหมายประจำครอบครัวของคุณ

  1. ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านมรดก: เรามีประสบการณ์ตรงในการจัดการเคสมรดกที่ซับซ้อนมามากมาย เช่น ทายาทอยู่ต่างประเทศ, เอกสารสำคัญสูญหาย, หรือกรณีลูกต่างมารดา เรามีทางออกให้ทุกเคส
  2. ค่าบริการชัดเจน ไม่มีบวกเพิ่มทีหลัง: เรายึดหลักความโปร่งใส แจ้งยอดค่าใช้จ่ายทั้งหมด (รวมค่าธรรมเนียมศาล ค่าประกาศแล้ว) ก่อนเริ่มงาน เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ทันที สบายใจไม่มีงบบานปลาย
  3. ทำงานเชิงรุก รวดเร็ว: เรารู้ว่าคุณรอไม่ได้ ทีมงานเราติดตามสถานะคดีและแจ้งอัปเดตให้คุณทราบสม่ำเสมอ ไม่ต้องให้คุณคอยโทรตาม
  4. บริการต่อเนื่องหลังศาลสั่ง (Optional): หากคุณไม่สะดวกไปโอนที่ดินเอง หรือไม่รู้จะแบ่งทรัพย์สินกันอย่างไร เรามีบริการเสริมในการให้คำปรึกษาหรือพาไปดำเนินการจนจบกระบวนการโอน

ผลงานให้บริการกฎหมายของเรา เบื้องหลังการทำงานอย่างมืออาชีพ

ที่ ลักซ์ลอว์ แอนด์ เอสเตท เราเชื่อว่า “ผลงาน” คือ กระบวนการทำงานที่รัดกุม การสื่อสารที่โปร่งใส และการแก้ปัญหาที่ตรงจุด เพื่อปกป้องสิทธิ์และผลประโยชน์ของลูกความ

ผลลัพธ์ความพึงพอใจ แบบสอบถามยืนยันจากลูกความของเรา

นี่คือส่วนหนึ่งของผลประเมินความพึงพอใจ ที่ยืนยันว่าลูกความของเราได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด ได้รับการประเมินคดีตามจริง และได้รับทางออกทางกฎหมายที่เหมาะสมที่สุด

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q1: ใช้เวลานานเท่าไหร่กว่าจะเสร็จสิ้น ได้คำสั่งศาลมาใช้งาน?

A: โดยปกติสำหรับคดีที่ไม่มีผู้คัดค้าน จะใช้เวลารวมประมาณ 2 – 2.5 เดือน (นับตั้งแต่วันยื่นคำร้อง จนถึงวันที่ได้รับหนังสือรับรองคดีถึงที่สุดที่สามารถนำไปใช้งานได้จริง) ทั้งนี้อาจเร็วหรือช้ากว่านี้เล็กน้อยขึ้นอยู่กับคิววันนัดของศาลในแต่ละพื้นที่ แต่ทีมทนายของเราจะเร่งรัดขั้นตอนการเตรียมเอกสารให้เร็วที่สุดเสมอ

Q2: ถ้าพ่อแม่ไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้ จะยื่นขอเป็นผู้จัดการมรดกได้หรือไม่?

A: ได้แน่นอนครับ และเป็นกรณีส่วนใหญ่ที่เราให้บริการด้วยครับ ในกรณีไม่มีพินัยกรรม กฎหมายจะให้สิทธิ์ “ทายาทโดยธรรม” (ลำดับชั้นลูก, พ่อแม่, พี่น้อง, คู่สมรส ฯลฯ) มีสิทธิ์ยื่นคำร้องได้ เราจะช่วยจัดเตรียมบัญชีเครือญาติเพื่อชี้แจงต่อศาลให้เองครับ

Q3: ทายาททุกคนต้องเดินทางมาที่ศาล หรือต้องเซ็นยินยอมทุกคนไหม?

A: ไม่จำเป็นต้องมาศาลทุกคนครับ ในวันนัดไต่สวน ต้องการเพียงตัว “ผู้ร้อง” (คนที่จะเป็นผู้จัดการมรดก) มาเบิกความต่อศาลเท่านั้น ส่วนทายาทคนอื่นๆ หากสามารถเซ็นหนังสือให้ความยินยอมได้ก็จะดีมาก (เรามีแบบฟอร์มให้) แต่ถ้าบางคนติดต่อไม่ได้ หรือไม่สะดวกเซ็นจริงๆ ก็ยังมีทางออกทางกฎหมายในการดำเนินการได้ครับ ปรึกษาเราเพื่อประเมินเป็นรายเคสได้เลยครับ

อย่าปล่อยให้ปัญหาทรัพย์สินกลายเป็นภาระที่ค้างคาใจ

มรดกคือความรักความห่วงใยครั้งสุดท้ายที่ผู้จากไปทิ้งไว้ให้ หน้าที่ของเราคือช่วยส่งมอบความรักนั้นให้ถึงมือคุณอย่างถูกต้องและราบรื่นที่สุด

ให้ทีมทนายความมืออาชีพของเราช่วยดูแลเรื่องยุ่งยากทางกฎหมาย เพื่อให้คุณมีเวลาดูแลความรู้สึกของคนในครอบครัว

เริ่มต้นปลดล็อกมรดกของคุณวันนี้ ปรึกษาเบื้องต้นฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย

เราพร้อมเคียงข้างคุณ จนกว่าภารกิจส่งมอบทรัพย์สินจะเสร็จสมบูรณ์

แชร์
error: Content is protected !!